45 จำนวนผู้เข้าชม |
เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) คือ ก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก โดยส่วนใหญ่เป็น เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Tumor) และพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื้องอกมดลูกอาจเกิดขึ้นเพียง 1 ก้อน หรือหลายก้อน มีขนาดตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซนติเมตร ซึ่งขนาด จำนวน และตำแหน่งของก้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดอาการ
ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกมดลูก แต่จากการศึกษาพบว่า เนื้องอกมดลูกเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก จนกลายเป็นก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง
แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีหลักฐานที่ชี้ว่า ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูก โดยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ที่ระดับฮอร์โมนสูง ก้อนเนื้องอกอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนหลังวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนที่ลดลงมักทำให้เนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็กลง
ยาฮอร์โมนบางชนิดอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูกในบางราย แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ายาคุมกำเนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกมดลูก
สาเหตุที่แท้จริงของการเกิด เนื้องอกมดลูก ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่พบว่าปัจจัยหลายอย่างอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดและการเจริญเติบโตของเนื้องอก โดยเฉพาะปัจจัยด้านฮอร์โมนและพันธุกรรม
ปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดเนื้องอกมดลูก ได้แก่

เนื้องอกมดลูกสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามตำแหน่งที่เกิด ได้แก่
คือ เนื้องอกที่เจริญเติบโตอยู่ภายในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก
คือ เนื้องอกที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก หรือเจริญเติบโตใต้เยื่อบุโพรงมดลูก
คือ เนื้องอกที่เจริญเติบโตบริเวณด้านนอกของผนังมดลูก
นอกจากนี้ เนื้องอกชนิด Submucosal หรือ Subserosal บางก้อนอาจยึดติดกับมดลูกด้วยก้าน (stalk) และห้อยยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกหรือออกมาด้านนอกของมดลูก ซึ่งเรียกว่า Pedunculated fibroid หรือ เนื้องอกมดลูกชนิดมีก้าน (หรือ เนื้องอกมดลูกชนิดมีก้านยื่น)
คำตอบคือ ได้
ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีเนื้องอกมดลูก ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หรือเมื่อก้อนมีขนาดเล็กและไม่รบกวนการทำงานของมดลูก หลายคนจึงทราบว่าตนเองมีเนื้องอกมดลูกจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือจากการตรวจเพื่อหาสาเหตุของอาการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าจะไม่มีอาการ แต่แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามขนาดและลักษณะของก้อนเป็นระยะ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
อาการของเนื้องอกมดลูกไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
เนื้องอกที่มีขนาดเล็กมักไม่ก่อให้เกิดอาการ และอาจไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ตำแหน่งของเนื้องอกมีผลต่ออาการ หากก้อนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่กดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือไม่รบกวนเยื่อบุโพรงมดลูก ก็อาจไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ
บางรายมีเพียงก้อนเดียวและมีขนาดเล็ก จึงอาจไม่มีอาการ ขณะที่บางรายมีหลายก้อนหรือก้อนขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการได้มากกว่า
เมื่อเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น หรืออยู่ในตำแหน่งที่ส่งผลต่ออวัยวะใกล้เคียง อาจทำให้เกิดอาการ เช่น
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกมดลูกเพียงได้เพียงอย่างเดียว หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้
แม้ไม่มีอาการ หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก หรือเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกมดลูกมาก่อน ก็ควรเข้ารับการติดตามตามคำแนะนำของแพทย์
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจภายใน หากสงสัยว่ามีความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมด้วยการอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินตำแหน่ง จำนวน และขนาดของเนื้องอกมดลูก รวมถึงวางแผนการรักษาหรือการติดตามอาการในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม: อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง? ตรวจหาโรคอะไรได้ และใครบ้างที่ควรตรวจ
ไม่จำเป็นเสมอไป
ผู้ป่วยที่มีเนื้องอกมดลูก ไม่ได้จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน โดยแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือคุณภาพชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้ ติดตามอาการและตรวจเป็นระยะ โดยยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่ ทำให้มีอาการ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง กดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือส่งผลต่อการวางแผนตั้งครรภ์ แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยา การทำหัตถการ หรือการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคของแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกมักไม่หายไปเองในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แต่ในบางราย ก้อนอาจมีขนาดเล็กลงหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง และมีโอกาสสัมพันธ์กับมะเร็งได้น้อยมาก หากพบความผิดปกติที่น่าสงสัย แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
"ไม่มีขนาดที่กำหนดตายตัวว่าต้องผ่าตัด การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ตำแหน่งของก้อน และการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย"
การตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากขนาดของก้อนเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับอาการ ตำแหน่งของก้อน จำนวนของเนื้องอก อายุของผู้ป่วย และความต้องการมีบุตรในอนาคต
ดังนั้น หากตรวจพบเนื้องอกมดลูก สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์ เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับอาการและสุขภาพของแต่ละบุคคล
เนื้องอกมดลูก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และ ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นหรือเมื่อก้อนมีขนาดเล็ก ทำให้หลายคนตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพหรือการอัลตราซาวด์
แม้เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่ส่งผลต่อมดลูก หรือทำให้เกิดอาการ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะบ่อย ควรเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา
การตรวจสุขภาพสตรีเป็นประจำและการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของเนื้องอกมดลูก หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูก ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม