เนื้องอกมดลูก คืออะไร? และเมื่อไหร่ที่ควรตรวจ

47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เนื้องอกมดลูก คืออะไร? และเมื่อไหร่ที่ควรตรวจ

เนื้องอกมดลูก คืออะไร? และเมื่อไหร่ที่ควรตรวจ

 

เนื้องอกมดลูก คืออะไร?

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) คือ ก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก โดยส่วนใหญ่เป็น เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (Benign Tumor) และพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เนื้องอกมดลูกอาจเกิดขึ้นเพียง 1 ก้อน หรือหลายก้อน มีขนาดตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซนติเมตร ซึ่งขนาด จำนวน และตำแหน่งของก้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดอาการ

 

เนื้องอกมดลูกเกิดจากอะไร?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกมดลูก แต่จากการศึกษาพบว่า เนื้องอกมดลูกเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก จนกลายเป็นก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีหลักฐานที่ชี้ว่า ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูก โดยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ที่ระดับฮอร์โมนสูง ก้อนเนื้องอกอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนหลังวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนที่ลดลงมักทำให้เนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็กลง

ยาฮอร์โมนบางชนิดอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูกในบางราย แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ายาคุมกำเนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกมดลูก

 

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิดเนื้องอกมดลูก

สาเหตุที่แท้จริงของการเกิด เนื้องอกมดลูก ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่พบว่าปัจจัยหลายอย่างอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดและการเจริญเติบโตของเนื้องอก โดยเฉพาะปัจจัยด้านฮอร์โมนและพันธุกรรม

ปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดเนื้องอกมดลูก ได้แก่

อายุ

เนื้องอกมดลูกพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงอายุประมาณ 30–50 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งอาจมีส่วนกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้องอก

 

ประวัติครอบครัว

ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัว เช่น มารดาหรือพี่น้องสายตรง เคยมีประวัติเป็นเนื้องอกมดลูก อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัว

 

ระดับฮอร์โมนเพศหญิง

เนื้องอกมดลูกมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของเยื่อบุและกล้ามเนื้อมดลูก จึงอาจพบว่าเนื้องอกมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยที่มีฮอร์โมนสูง

 

น้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน

เนื้อเยื่อไขมันสามารถเกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ทำให้ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกมดลูกเพิ่มขึ้น

 

ปัจจัยด้านการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์

บางการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ร่างกายได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย หรือการไม่มีประวัติตั้งครรภ์ อาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกมดลูก

อย่างไรก็ตาม การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดเนื้องอกมดลูกเสมอไป และผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็สามารถพบเนื้องอกมดลูกได้เช่นกัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือเลือดออกผิดปกติ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม

 

เนื้องอกมดลูกมีกี่ประเภท?

 

 

เนื้องอกมดลูกสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามตำแหน่งที่เกิด ได้แก่

Intramural fibroid

คือ เนื้องอกที่เจริญเติบโตอยู่ภายในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก

Submucosal fibroid

คือ เนื้องอกที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก หรือเจริญเติบโตใต้เยื่อบุโพรงมดลูก

Subserosal fibroid

คือ เนื้องอกที่เจริญเติบโตบริเวณด้านนอกของผนังมดลูก

นอกจากนี้ เนื้องอกชนิด Submucosal หรือ Subserosal บางก้อนอาจยึดติดกับมดลูกด้วยก้าน (stalk) และห้อยยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกหรือออกมาด้านนอกของมดลูก ซึ่งเรียกว่า Pedunculated fibroid หรือ เนื้องอกมดลูกชนิดมีก้าน (หรือ เนื้องอกมดลูกชนิดมีก้านยื่น)

 

เนื้องอกมดลูก ไม่มีอาการได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีเนื้องอกมดลูก ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หรือเมื่อก้อนมีขนาดเล็กและไม่รบกวนการทำงานของมดลูก หลายคนจึงทราบว่าตนเองมีเนื้องอกมดลูกจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือจากการตรวจเพื่อหาสาเหตุของอาการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

แม้ว่าจะไม่มีอาการ แต่แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามขนาดและลักษณะของก้อนเป็นระยะ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

 

ทำไมบางคนจึงไม่มีอาการ?

อาการของเนื้องอกมดลูกไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่

ขนาดของก้อน

เนื้องอกที่มีขนาดเล็กมักไม่ก่อให้เกิดอาการ และอาจไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ตำแหน่งของก้อน

ตำแหน่งของเนื้องอกมีผลต่ออาการ หากก้อนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่กดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือไม่รบกวนเยื่อบุโพรงมดลูก ก็อาจไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติ

จำนวนของก้อน

บางรายมีเพียงก้อนเดียวและมีขนาดเล็ก จึงอาจไม่มีอาการ ขณะที่บางรายมีหลายก้อนหรือก้อนขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการได้มากกว่า

 

อาการของเนื้องอกมดลูกที่ควรสังเกต

เมื่อเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น หรืออยู่ในตำแหน่งที่ส่งผลต่ออวัยวะใกล้เคียง อาจทำให้เกิดอาการ เช่น

  • ประจำเดือนมามากหรือมานานกว่าปกติ
  • ปวดประจำเดือนมากขึ้น
  • เลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน
  • ปวดหรือแน่นบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากก้อนกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • ท้องผูก จากการกดเบียดลำไส้
  • รู้สึกท้องโตหรือคลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือภาวะมีบุตรยากในบางราย

 

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกมดลูกเพียงได้เพียงอย่างเดียว หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง


เมื่อไหร่ที่ควรตรวจ?

ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย
  • ประจำเดือนมานานกว่าปกติ
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • คลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • วางแผนตั้งครรภ์แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

 

แม้ไม่มีอาการ หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก หรือเคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกมดลูกมาก่อน ก็ควรเข้ารับการติดตามตามคำแนะนำของแพทย์

 

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกมดลูกได้อย่างไร?

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจภายใน หากสงสัยว่ามีความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมด้วยการอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินตำแหน่ง จำนวน และขนาดของเนื้องอกมดลูก รวมถึงวางแผนการรักษาหรือการติดตามอาการในระยะยาว

 

อ่านเพิ่มเติม: อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง? ตรวจหาโรคอะไรได้ และใครบ้างที่ควรตรวจ

 

เนื้องอกมดลูกจำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

 

ไม่จำเป็นเสมอไป

ผู้ป่วยที่มีเนื้องอกมดลูก ไม่ได้จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน โดยแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ขนาดของเนื้องอก
  • จำนวนและตำแหน่งของก้อน
  • อาการที่เกิดขึ้น
  • อายุของผู้ป่วย
  • ความต้องการมีบุตรในอนาคต
  • ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

 

หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือคุณภาพชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้ ติดตามอาการและตรวจเป็นระยะ โดยยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดใหญ่ ทำให้มีอาการ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง กดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือส่งผลต่อการวางแผนตั้งครรภ์ แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยา การทำหัตถการ หรือการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคของแต่ละบุคคล

 

 

คำถามที่พบบ่อย


เนื้องอกมดลูกสามารถหายเองได้หรือไม่?

โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกมักไม่หายไปเองในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แต่ในบางราย ก้อนอาจมีขนาดเล็กลงหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง

 

เนื้องอกมดลูกสามารถกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่?

เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง และมีโอกาสสัมพันธ์กับมะเร็งได้น้อยมาก หากพบความผิดปกติที่น่าสงสัย แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

 

เนื้องอกมดลูกขนาดเท่าไหร่ถึงต้องผ่าตัด?

"ไม่มีขนาดที่กำหนดตายตัวว่าต้องผ่าตัด การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ตำแหน่งของก้อน และการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย"

การตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจากขนาดของก้อนเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับอาการ ตำแหน่งของก้อน จำนวนของเนื้องอก อายุของผู้ป่วย และความต้องการมีบุตรในอนาคต

ดังนั้น หากตรวจพบเนื้องอกมดลูก สิ่งสำคัญคือการเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์ เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับอาการและสุขภาพของแต่ละบุคคล

 

 

สรุป

เนื้องอกมดลูก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และ ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นหรือเมื่อก้อนมีขนาดเล็ก ทำให้หลายคนตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพหรือการอัลตราซาวด์

แม้เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่ส่งผลต่อมดลูก หรือทำให้เกิดอาการ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะบ่อย ควรเข้ารับการประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา

การตรวจสุขภาพสตรีเป็นประจำและการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของเนื้องอกมดลูก หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูก ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้