อัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง? ตรวจหาโรคอะไรได้ และใครบ้างที่ควรตรวจ

21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง? ตรวจหาโรคอะไรได้ และใครบ้างที่ควรตรวจ

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง? ตรวจหาโรคอะไรได้ และใครบ้างที่ควรตรวจ

 

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ คืออะไร?

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ (Pelvic Ultrasound) คือ การตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อสร้างภาพของอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติของมดลูก รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก และอวัยวะใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ข้อดีของการตรวจ 

  • มีความปลอดภัย
  • ใช้เวลาตรวจไม่นาน (ประมาณ 10–20 นาที)
  • ทราบผลตรวจได้ทันที (ในหลายกรณี)
  • ช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

 

วิธีการตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่

 

 

อัลตราซาวด์ผ่านหน้าท้อง (Transabdominal Ultrasound)

เป็นการตรวจโดยใช้หัวตรวจบนหน้าท้อง ผู้รับการตรวจจะต้องดื่มน้ำก่อนเข้ารับการตรวจ เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเต็มและช่วยให้เห็นมดลูกและรังไข่ได้ชัดเจนขึ้น

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพสตรีเบื้องต้น เพื่อประเมินมดลูก รังไข่ และอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

 

อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound)

เป็นการใช้หัวตรวจขนาดเล็กสอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อให้เห็นรายละเอียดของมดลูกและรังไข่ การตรวจทางช่องคลอดจะเห็นมดลูกและรังไข่ชัดเจนกว่าการตรวจผ่านหน้าท้อง

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว
  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติและต้องการการวินิจฉัยอย่างละเอียด

 

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ดูอะไรได้บ้าง?

 

1. ตรวจหาซีสต์รังไข่

ซีสต์รังไข่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ บางคนไม่มีอาการ แต่บางคนอาจมีอาการปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือน หรือท้องอืด

อัลตราซาวด์ช่วยประเมินอะไรได้บ้าง

  • ขนาดของซีสต์
  • จำนวนก้อน
  • ลักษณะของซีสต์
  • การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับการตรวจครั้งก่อน

 

2. ตรวจเนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูก คือ ก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง และไม่ใช่มะเร็ง

อาการที่พบได้

  • ประจำเดือนมามาก
  • ปวดประจำเดือน
  • ปวดท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อย
  • มีบุตรยาก

อัลตราซาวด์ช่วยดู

  • ตำแหน่งของเนื้องอก
  • จำนวนก้อน
  • ขนาดของก้อน
  • การเปลี่ยนแปลงของก้อนเมื่อเวลาผ่านไป

 

3. ประเมินเยื่อบุโพรงมดลูก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • เลือดออกกะปริบกะปรอย
  • เลือดออกหลังหมดประจำเดือน

อัลตราซาวด์ช่วยดู

  • ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีความสำคัญในผู้ที่มีอาการเลือดออกผิดปกติ

 

4. ตรวจติ่งเนื้อในโพรงมดลูก

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) คือการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ยื่นนูนเป็นติ่งเข้าไปภายในโพรงมดลูก ส่วนใหญ่เป็นภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ในบางกรณีอาจมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ

  • เลือดออกผิดปกติ
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ภาวะมีบุตรยาก

อัลตราซาวด์ช่วยดู

  • ช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติและวางแผนการตรวจเพิ่มเติมหากจำเป็น

 

5. ตรวจภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS/PMOS)

ภาวะ PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) หรือชื่อเดิม PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นความผิดปกติของระบบฮอร์โมนและการเผาผลาญ พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ส่งผลให้การตกไข่ผิดปกติ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ และอาจมีลักษณะของถุงไข่ขนาดเล็กหลายใบในรังไข่ร่วมด้วย

อาการที่พบได้

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือขาดประจำเดือน
  • สิวเรื้อรัง
  • ขนดกผิดปกติ
  • น้ำหนักขึ้นง่าย หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน
  • มีบุตรยากจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ

อัลตราซาวด์ช่วยดู

  • การอัลตราซาวด์เป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย PMOS (เดิมเรียกว่า PCOS) อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยไม่สามารถอาศัยผลอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

 

6. ตรวจหาก้อนผิดปกติในรังไข่

อัลตราซาวด์สามารถช่วยแยกเบื้องต้นว่าเป็น

  • ถุงน้ำ
  • ก้อนเนื้อ
  • ความผิดปกติที่ควรติดตามเพิ่มเติม

หากพบลักษณะอื่นๆที่น่าสงสัย แพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

 

7. ประเมินสาเหตุของอาการปวดท้องน้อย

การอัลตราซาวด์ช่วยให้แพทย์หาสาเหตุของอาการได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

 

ใครบ้างที่ควรตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่?

ควรพิจารณาปรึกษาสูตินรีแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
  • ปวดประจำเดือนรุนแรง
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • คลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
  • วางแผนมีบุตร
  • มีประวัติซีสต์รังไข่หรือเนื้องอกมดลูก
  • แพทย์แนะนำให้ติดตามอาการเป็นระยะ

 

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ เจ็บไหม?

 

การตรวจผ่านหน้าท้อง

โดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ผู้รับการตรวจอาจรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อยจากการดื่มน้ำเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเต็ม

การตรวจทางช่องคลอด

อาจรู้สึกตึงหรือไม่สบายเล็กน้อยในขณะสอดหัวตรวจ แต่โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง และใช้เวลาตรวจไม่นาน (ประมาณ 10–20 นาที)

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ต้องงดอาหารหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร ยกเว้นกรณีที่แพทย์มีคำแนะนำเพิ่มเติม

ตรวจช่วงมีประจำเดือนได้หรือไม่?

การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านหน้าท้อง สามารถตรวจขณะเป็นประจำเดือนได้

การตรวจอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอด แนะนำให้ตรวจในช่วงที่ไม่เป็นประจำเดือน ในบางกรณีสามารถตรวจได้หากมีเลือดออกเพียงเล็กน้อย หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย

อัลตราซาวด์สามารถตรวจพบมะเร็งได้หรือไม่?

อัลตราซาวด์ไม่สามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้โดยตรง แต่สามารถช่วยตรวจพบก้อนหรือความผิดปกติที่อาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด การทำ MRI หรือการตัดชิ้นเนื้อ

 

สรุป

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่เป็นการตรวจที่มีบทบาทสำคัญในการประเมินสุขภาพสตรี ช่วยตรวจพบความผิดปกติของมดลูก รังไข่ และอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น ซีสต์รังไข่ เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก และภาวะอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องน้อยหรือประจำเดือนผิดปกติ

หากคุณมีอาการผิดปกติหรือกำลังวางแผนตรวจสุขภาพสตรีประจำปี การปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจอัลตราซาวด์ จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้