23401 จำนวนผู้เข้าชม |
หูดเล็ก ๆ ธรรมดา ที่อาจสร้างความกวนใจให้หลายคน
หูดเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นตุ่มนูน ผิวหนาและแข็งกว่าผิวหนังปกติ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวและหนาตัวมากกว่าปกติ
หูดสามารถเกิดขึ้นได้ตามผิวหนังหลายส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อได้ง่าย เช่น มือ นิ้วมือ และเท้า
เชื้อ HPV สามารถแพร่กระจายได้จาก การสัมผัสทางผิวหนัง รวมทั้งสามารถลุกลามจากตำแหน่งหนึ่งของร่างกายไปยังตำแหน่งอื่นได้ หากมีการเกา สัมผัส หรือเกิดบาดแผลเล็ก ๆ บนผิวหนัง
ปัจจุบันหูดสามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือหายได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ที่เหมาะสม ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อซ้ำ เพื่อช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต.
การรักษาหูดด้วยไอเย็น (Cryotherapy)
Cryotherapy เป็นการรักษาที่ใช้ ไนโตรเจนเหลวหรือสารทำความเย็น เพื่อทำลายเนื้อเยื่อของหูด ทำให้เซลล์ที่ติดเชื้อถูกทำลายและหลุดออกไปตามธรรมชาติ
จุดเด่นของการรักษา
ระยะเวลาการรักษา
โดยทั่วไปการรักษาหูดอาจต้องทำ 2–3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของหูด โดยแต่ละครั้งจะเว้นระยะประมาณ 1–4 สัปดาห์
อัตราค่ารักษาพยาบาล ( ถึง ธันวาคม 2026 )
การรักษาหูดด้วยเทคนิคจี้พ่นไอเย็น (Cryosurgery)
การรักษาด้วย Cryosurgery หรือการพ่นไอเย็น เป็นวิธีการรักษาที่ใช้ความเย็นจัดเพื่อทำลายเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ เช่น หูด ติ่งเนื้อ หรือผื่นตุ่มนูนบนผิวหนัง โดยใช้สารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำมาก ประมาณ -196 องศาเซลเซียส
ความเย็นที่พ่นลงบนบริเวณผิวหนังจะทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ เซลล์ที่ติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติถูกทำลายและค่อย ๆ ยุบตัวลง ก่อนที่ร่างกายจะผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ การรักษาด้วยไอเย็นยังช่วย

ข้อดีของการรักษาด้วยการจี้ไอเย็น (Cryotherapy)
หลังการรักษามักไม่เกิดบาดแผลลึกหรือหลุมแผล และโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำแผล ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องใช้ยาทาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวรอบๆ
เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเลเซอร์ ในกรณีที่หูดกระจายเป็นบริเวณกว้าง การพ่นไอเย็นสามารถช่วยรักษาบริเวณรอบ ๆ หูดไปพร้อมกัน ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสการเกิดซ้ำในบริเวณเดิม
ใช้เวลารักษาไม่นาน และไม่มีการเผาไหม้ของผิวหนังเหมือนการใช้ความร้อน
ข้อจำกัดของการรักษาด้วยไอเย็น
ในกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร อาจมีโอกาสเกิดแผลหลังการรักษาได้ แพทย์อาจแนะนำให้รักษาหลายครั้งเพื่อลดความลึกของการทำลายเนื้อเยื่อและช่วยป้องกันการเกิดแผล
ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะ แพ้ความเย็น (Cold intolerance) หรือมีโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่ออุณหภูมิต่ำ
ลักษณะการพ่นไอเย็นที่บริเวณหูด


เครื่องมือทันสมัยได้มาตรฐานผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย
โดยFDA, EC certificates
คำแนะนำหลังการรักษาด้วย Cryosurgery
หลังการรักษาประมาณ 30 นาที อาจมีอาการแสบ หรือบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งเป็นอาการปกติ โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–3 วัน หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ควรดูแลบริเวณแผลดังนี้

ภาพตัวอย่าง การรักษาหูดที่บริเวณใบหน้า หลังการรักษาสัปดาห์ที่1(แผลตกสะเก็ด) และหลุดออกไปในสัปดาห์ที่2
ภาพตัวอย่าง การรักษาหูดที่มือ หลังการรักษา 3วัน(แผลบวมพอง) สัปดาห์ที่1(แผลตกสะเก็ด) และหลุดออกไปในสัปดาห์ที่2